Canon EOS 1000D
เมื่อเราเริ่มใช้กล้อง สิ่งแรกที่นึกถึงคือเลือกให้เหมาะกับการใช้งานแบบไหน เช่น ไว้ถ่ายเด็ก ถ่ายรูปไปเที่ยว หรือถ่ายทั่วไป สิ่งที่สำคัญในการเลือกซื้อไม่ใช่อยู่ที่คุณต้องเลือกรุ่นที่ดีที่สุด
1. คุณภาพของภาพ ให้เลือกซื้อที่ค่า Effictive pixels เนื่องจากเป็นความละเอียดจริงที่เป็นการบอกความสามารถของกล้องและระบบเซ็นเซอร์ที่ใช้งานว่าสามารถให้คุณภาพของภาพออกมาได้แค่ไหน ซึ่งในการดูสเปคของกล้องให้ดูที่ Effictive pixel สามารถถ่ายภาพได้ ที่สุดของกล้อง compact ที่มีความละเอียดสูงสุดเช่น SONY DSC-W300 ความละเอียด 13.0 ล้านพิกเซล เพื่อความคมชัดในการถ่ายภาพ และคุณภาพในการพิมพ์ได้ถึงขนาด A2
2.จอ LCD มีไว้สำหรับมองภาพ แล้วจัดองค์ประกอบของภาพได้ และยังสามารถเลือกภาพที่ได้ถ่ายไปแล้วขึ้นมาดูได้ทันที หากไม่พอใจก็สามารถลบภาพออกได้ ที่สุดของกล้อง compact ที่LCD มีความละเอียดสูง เช่น Ricoh R8 460,000 พิกเซล ช่วยลดปัญหาแม้ถ่ายในที่กลางแจ้ง แต่ LCD ก็มีข้อจำกัด คือสิ้นเปลืองพลังงาน ทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในกล้องดิจิตอลเสื่อมเร็วเมื่อเปิดจอ LCD ไว้ตลอดเวลา ดังนั้นควรปิดหน้าจอไว้เมื่อไม่ได้ใช้งาน
3. เลนส์ กล้องดิจิตอลคอมแพค ไม่สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ตัวอื่นได้ เลนส์จะทำหน้าที่ถ่ายทอดแสงสะท้อนจากวัตถุเข้ามายังตัวรับแสงของกล้อง วัสดุที่ใช้ในการทำเลนส์มี 2 ชนิดคือ พลาสติกและแก้ว (เลนส์พลาสติกมีราคาถูก จะได้ภาพที่มีคุณภาพต่ำ มักจะใช้ในกล้องรุ่นเก่า)
เลนส์ที่ทำจากแก้ว มีความใสมากกว่าเลนส์พลาสติก สามารถซูมได้ทั้งแบบ Digital Zoom และ Optical Zoom จะได้ภาพที่มีคุณภาพดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด เช่น อัตราการซูมเป็นการซูมของตัวหล้องที่เหมือนการดึงวัตถุให้เข้ามาใกล้หรือไกล โดยจะใช้กระบวนการของตัวเลนส์ในการหมุนปรับการทำงาน ซึ่งจะเรียกกันว่า ออฟตอคอลที่จะมีการซูมอยู่ 2 ช่วงคือ
- Zoom wide (W) คือการซูมช่วงกว้างสุด โดยผู้ใช้งานก็จะเห็นวัตถุและพท้นที่โดยรอบอย่างเต็มที่
- Zoom tele (T) คือการดึงวัตถุเข้ามาใกล้ๆ ได้ โดยถ้าค่าของ wide น้อยๆจะเป็นการดีที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพในพื้นที่แคบๆได้ดีซึ่งจะทำให้เก็บรายละเอียดได้ครบ
4. Zoom optical เป็นการซูมด้วยความสามารถของเลนส์จริงๆ ส่วน Digital zoom เป็นการใช้ซอพต์แวร์ขยายส่วนของภาพให้ใหญ่ขึ้นมา ดังนั้นคุณภาพของภาพก็จะตกลงไปด้วย ไม่ต่างอะไรกับที่เรานำภาพทีั่ได้มาขยายบนเครื่องคอมพิวเตอร์ เมื่อขยายมากๆภาพก็จะเบลอ และแตก ( ในการเลือกซื้อกล้องดิจิตอลจึงแนะนำให้สนใจเฉพาะ Optical zoom เท่านั้น
5. Battery เป็นแหล่งพลังงานของกล้องดิจิตอล เช่นการเปิด ปิดกล้อง ดูภาพทางจอ LCD การซูม
Li-ion แบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพมากสามารถชาร์จแล้วใช้ได้ซ้ำได้และไม่มีปัญหาด้าน memory effect ใช้งานได้ทนกว่าแบตเตอรี่แบบอื่นๆ แต่มีราคาสูงกว่า แนะนำให้ดูความจุสูงจะดี เช่น 800mAh จนถึง 1150mAh. จะีมีผลต่อการถ่ายภาพ ได้มากกว่า 300-500 ภาพ และมีอายุการใช้งานนาน
AA Alkaline เป็นแบตเตอรี่ที่ใช้หมดแล้วทิ้ง ไม่สามารถนำมาชาร์จใช้ได้อีก ราคาถูก หาซื้อง่าย Ni-MH เป็นแบตเตอรี่ AA แต่สามารถนำมาชาร์จได้ (400-500 ครั้งโดยประมาณ) ปัจจุบันนี้ได้พัฒนาความจุอยู่ที่ 1800-2500 mAh ยิ่งค่าความจุมากเท่าไหร่ยิ่งดี แต่ราคาก็จะสูงตามไปด้วย
* แบตเตอรี่จะทำงานได้ดีต้องอยู่ในอุณหภูมิปกติ ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป อาจจะทำให้กล้องมีปัญหาใช้พลังงานไม่สม่ำเสมอ แก้ปัญหาโดยนำแบตเตอรี่ให้โดนความอบอุ่น เช่น กำไว้หรือถูด้วยเสื้อผ้าก็ช่วยได้ *
6. หน่วยความจำ ทำหน้าที่ในการบันทึกภาพถ่ายที่ได้จากกล้องดิจิตอลลงบนหน่วยความจำของตัวกล้อง 2 ประัเภท หน่วยความจำภายใน มีหน้าที่เก็บข้อมูลของภาพลงในตัวกล้อง โอนถ่ายข้อมูลรูปภาพออกมาใช้งาน โดยต้องทำการต่อสายออกจากตัวกล้องผ่านทางพอร์ตต่างๆ
7. ปุ่มควบคุมการทำงาน มีหน้าที่จัดการกับลักษณะของภาพถ่าย จะทำงานคู่กับเมนูการทำงานที่จะแสดงผล ออกทางจอ LCD กับตัวกล้อง กล้องแต่ละตัวก็จะมีการทำงานของปุ่มควบคุม การทำงานและเมนูควบคุม การทำงานที่ต่างกัน กล้องราคาถูกแบบอัตโนมัติจะมีปุ่มควบคุมการทำงานไม่มากนัก แต่หากเป็นกล้องราคาแพง และประสิทธิภาพสูงจะมีปุ่มการทำงานมากและมีการทำงานที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
Saturday, September 19, 2009
Canon eos1000D-dslr ครับ

หมาน้อยดิ๊กกี้ สีขาวดำ เหมือนหมีแพนด้า แต่เป็นหมาแพนดี้ มันไม่ค่อยนิ่ง ขนสีขาว
ท้องฟ้าก็ขาว เลยลอง picture style clear ดู


ดอกเฟื่องฟ้า มีหลายสีหลายกระถางนะ สีส้ม สีขาว สีม่วง กระถางนี้สีสวยดี แต่รกไปหน่อยใช่ไหมครับ ก็ว่าจะลองถ่ายให้ชัดๆทั้งกลุ่ม พอได้นะ

หอยทากเกาะต้นกล้วย ลองถ่ายดูแต่ไปชัดตรงไหนไม่รู้ รู้สึกว่าจะไปชัดที่กระดองมันหรือว่าต้นกล้วยนี่แหละ คนถ่ายฝีมือดีเกิน 555+ เห็นเค้าบอกว่าให้โฟกัสไปที่ตา รึเปล่า.. ไว้หัดใหม่นะ

ดอกบัวตูมในอ่างเลี้ยงปลา 7 สี มีแค่ดอกเดียว สวยๆ พรุ่งนี้คงบานละมั้ง
Friday, September 18, 2009
DSLR ตัวแรกกับ CANON EOS 1000D
หลังจากที่ไปร่ำเรียนวิชา e-commerce มา วิชานึงที่ได้เรียนคือการถ่ายภาพสินค้าเพื่อขายของบนเวปไซต์ เป็นจุดเริ่มต้นของการได้จับ dslr เป็นครั้งแรก แหม..กล้องอะไรน่ะ ธรรมดาซะที่ไหน ซูมเข้าซูมออกได้ รู้สึกว่าจะเป็น nikon D80 ถ้าจำไม่ผิดเป็นกล้องของอาจารย์ผู้สอน เลนส์เทพหรือธรรมดาหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจได้ เพราะเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับผม ได้ลองถ่ายภาพดู เอาตาส่องเข้าไปดู มือหมุนๆไปมา เอ่อ..เข้าท่าดี ภาพมันสวยได้ใจนะ กล้อง compact ของเรากิ๊กก๊อกไปเลย
จาก D80 ตัวนั้นได้ลองการถ่ายแบบต่างๆตามที่อาจารย์สอน ชัดลึก ชัดตื้น (มันคืออะไรอ่ะ งง) F เท่านั้นสิ เท่านี้สิ iso แค่นี้พอ ซูมเข้าอีก หุหุ จะรู้ไหมนี่?? กระผมเพิ่งจับครั้งแรกนะอาจารย์ ก็เป็นที่สนุกสนานกันของผู้ร่วมเรียน ผลงานของแต่ละคนสุดยอดทั้งนั้น หัวขาดมั่ง มืดไป สว่างไป ภาษากล้องเค้าเรียกกันว่า over under อะไรประมาณนั้น นั่นแน่..ภาษาปะกิดซะด้วย
จากนั้นไม่นานก็เริ่มศึกษา หาข้อมูลต่างๆของกล้องที่เรียกกันว่า DSLR เผื่อว่าจะซื้อ คือว่าจะซื้อให้ได้ว่างั้นเถอะ หาข้อมูลจากอินเทอเน็ต เช็คราคา ดูยี่ห้อ เข้าไปอ่านตามเวปบอร์ดต่างๆ ดูภาพประกอบด้วย เอากล้อง compact กิ๊กก๊อกมาถ่ายเล่นด้วย แหม..น่าอนาถจัง ภาพไม่สวยเอาซะเลย ยังไงก็ต้องซื้อเจ้า slr ให้ได้
ระยะเวลา 3 เดือนกับการค้นหาข้อมูล ประกอบกับลองถ่ายภาพจาก compact เยอะๆ จนคิดว่าฝีมือคงพัฒนาไปบ้างแล้ว น่าจะขยับไปเล่นกล้องรุ่นใหญ่ได้ละ กล้องดิจิตอลได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและเทคโนโลยีได้เข้ามาแทนที่กล้องถ่ายภาพที่ใช้ฟิล์ม มีกล้องใหม่ๆออกมาหลายรูปแบบให้เลือก ซึ่ง ณ เวลานั้นก็มีเจ้า eos1000D กับ D60 จาก 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ ที่ออกมาโชว์ตัวในเวลาใกล้ๆกัน และมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป เหมาะสำหรับผู้ที่อยากจะขยับมาเล่นกล้อง dslr ดูบ้าง ถ้าดูถึงประสิทธิภาพแล้วใกล้เคียงกันมาก ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แล้วว่าชอบตัวไหน ทั้ง 2 ตัวนี้ มีขนาดเล็กเหมาะมือผู้หญิง แต่ประสิทธิภาพเกินตัว
CANON EOS 1000D+kitty ได้มาอยู่ในอ้อมกอดของผมเป็น dslr ตัวแรกในชีวิต รักและเห่อมาก เวลานอนก็เอามาวางไว้ใกล้ๆตัว ฮ่าๆ ตลกมั้ย ก็คนไม่เคยมีนี่น่า หลายคนก็เป็นเหมือนผมใช่ไหมล่ะ แรกๆที่ใช้ยังไม่เข้าทีเข้าทาง ก็ถ่ายโหมดออโต้ไปพลางๆ ดูุมุมมอง ดูอะไรหลายๆอย่าง คอยปรับเปลี่ยน อ่านตำรา อ่านเวปบอร์ดที่แนะนำการถ่ายภาพ แล้วถึงได้ลองโหมด M และโหมด create ผิดบ้างถูกบ้าง ภาพไม่ดีก็ลบทิ้ง ทำอยู่อย่างนั้น อาศัยอ่านเอาเยอะๆใครแนะนำวิธีไหนยังไง ลองทำหมด ดีไม่ดีนั้นก็ว่ากันไป ต้องใช้เวลาและประสบการณ์ จนได้ผลงานออกมาเท่านี้ก็เป็นที่น่าพอใจแล้ว เพราะเราไม่ได้เป็นนักถ่ายภาพมืออาชีพ แต่เรารักการถ่ายภาพ อยากจะมีภาพสวยๆงามๆอย่างที่คนอื่นเขาถ่ายกัน เท่านั้นก็พอ สำหรับอนาคตก็อาจจะซื้อเลนส์เพิ่ม ฟิวเตอร์บ้าง ขาตั้งกล้อง กระเป๋ากล้องดีๆ อุปกรณ์อันนั้น อันนี้ Tamron, Sigma, F1.8 1.4 Filter อะไรทำนองนั้น(ที่จริงไม่รู้เรื่องหรอก ว่าไปตามเขา ) แต่ก็เป็นแค่ความคิดเฉยๆ เพราะตอนนี้พอใจกับผลงานระดับมือสมัครเล่นนี้อยู่พอควร
จาก D80 ตัวนั้นได้ลองการถ่ายแบบต่างๆตามที่อาจารย์สอน ชัดลึก ชัดตื้น (มันคืออะไรอ่ะ งง) F เท่านั้นสิ เท่านี้สิ iso แค่นี้พอ ซูมเข้าอีก หุหุ จะรู้ไหมนี่?? กระผมเพิ่งจับครั้งแรกนะอาจารย์ ก็เป็นที่สนุกสนานกันของผู้ร่วมเรียน ผลงานของแต่ละคนสุดยอดทั้งนั้น หัวขาดมั่ง มืดไป สว่างไป ภาษากล้องเค้าเรียกกันว่า over under อะไรประมาณนั้น นั่นแน่..ภาษาปะกิดซะด้วย
จากนั้นไม่นานก็เริ่มศึกษา หาข้อมูลต่างๆของกล้องที่เรียกกันว่า DSLR เผื่อว่าจะซื้อ คือว่าจะซื้อให้ได้ว่างั้นเถอะ หาข้อมูลจากอินเทอเน็ต เช็คราคา ดูยี่ห้อ เข้าไปอ่านตามเวปบอร์ดต่างๆ ดูภาพประกอบด้วย เอากล้อง compact กิ๊กก๊อกมาถ่ายเล่นด้วย แหม..น่าอนาถจัง ภาพไม่สวยเอาซะเลย ยังไงก็ต้องซื้อเจ้า slr ให้ได้
ระยะเวลา 3 เดือนกับการค้นหาข้อมูล ประกอบกับลองถ่ายภาพจาก compact เยอะๆ จนคิดว่าฝีมือคงพัฒนาไปบ้างแล้ว น่าจะขยับไปเล่นกล้องรุ่นใหญ่ได้ละ กล้องดิจิตอลได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและเทคโนโลยีได้เข้ามาแทนที่กล้องถ่ายภาพที่ใช้ฟิล์ม มีกล้องใหม่ๆออกมาหลายรูปแบบให้เลือก ซึ่ง ณ เวลานั้นก็มีเจ้า eos1000D กับ D60 จาก 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ ที่ออกมาโชว์ตัวในเวลาใกล้ๆกัน และมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป เหมาะสำหรับผู้ที่อยากจะขยับมาเล่นกล้อง dslr ดูบ้าง ถ้าดูถึงประสิทธิภาพแล้วใกล้เคียงกันมาก ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แล้วว่าชอบตัวไหน ทั้ง 2 ตัวนี้ มีขนาดเล็กเหมาะมือผู้หญิง แต่ประสิทธิภาพเกินตัว
CANON EOS 1000D+kitty ได้มาอยู่ในอ้อมกอดของผมเป็น dslr ตัวแรกในชีวิต รักและเห่อมาก เวลานอนก็เอามาวางไว้ใกล้ๆตัว ฮ่าๆ ตลกมั้ย ก็คนไม่เคยมีนี่น่า หลายคนก็เป็นเหมือนผมใช่ไหมล่ะ แรกๆที่ใช้ยังไม่เข้าทีเข้าทาง ก็ถ่ายโหมดออโต้ไปพลางๆ ดูุมุมมอง ดูอะไรหลายๆอย่าง คอยปรับเปลี่ยน อ่านตำรา อ่านเวปบอร์ดที่แนะนำการถ่ายภาพ แล้วถึงได้ลองโหมด M และโหมด create ผิดบ้างถูกบ้าง ภาพไม่ดีก็ลบทิ้ง ทำอยู่อย่างนั้น อาศัยอ่านเอาเยอะๆใครแนะนำวิธีไหนยังไง ลองทำหมด ดีไม่ดีนั้นก็ว่ากันไป ต้องใช้เวลาและประสบการณ์ จนได้ผลงานออกมาเท่านี้ก็เป็นที่น่าพอใจแล้ว เพราะเราไม่ได้เป็นนักถ่ายภาพมืออาชีพ แต่เรารักการถ่ายภาพ อยากจะมีภาพสวยๆงามๆอย่างที่คนอื่นเขาถ่ายกัน เท่านั้นก็พอ สำหรับอนาคตก็อาจจะซื้อเลนส์เพิ่ม ฟิวเตอร์บ้าง ขาตั้งกล้อง กระเป๋ากล้องดีๆ อุปกรณ์อันนั้น อันนี้ Tamron, Sigma, F1.8 1.4 Filter อะไรทำนองนั้น(ที่จริงไม่รู้เรื่องหรอก ว่าไปตามเขา ) แต่ก็เป็นแค่ความคิดเฉยๆ เพราะตอนนี้พอใจกับผลงานระดับมือสมัครเล่นนี้อยู่พอควร
Thursday, September 17, 2009
งานปั้นหญิงสาวสีฉูดฉาด Canon1000D+kitty

งานปั้นหญิงสาวชาวเขา เห็นสีสวยสดมากมาย เลยลองกดดูสัก 2-3 ภาพ ชอบอ่ะสีมันจัดดี

เจ้ากล้องเวปแคมตัวนี้ตั้งอยู่ในร้านผมเอง น่ารักน่าชังดี แชะ...สวยดี อิอิ

เจอเจ้าตุ๊กตาตัวนี้ในตู้เก็บของ ฝุ่นเขลอะเลยนะ ลองขยายภาพดูสิครับ จับมาตั้งไว้ที่ระเบียงหน้าบ้าง ฉากหลังเป็นไม้พุ่มอะไรสักอย่างนี่แหละ ไม่รู้จัก หุหุ แดดยามเช้ากำลังดี กดเลย แชะ...สวยๆ
Canon1000D+kitty : นกสวยๆที่สวนหน้าบ้าน
กว่าจะเป็น Canon Dslr
เมื่อสมัยยังเป็นเด็ก มีภาพถ่ายความทรงจำสมัยเด็กๆอยู่มากมาย แต่ไม่รู้ความเป็นมาเป็นไป อาจเพราะยังเล็กเกินที่จะจำความอะไรได้ รู้แต่ว่าภาพเหล่านั้นพ่อเป็นคนถ่ายเก็บไว้ ตั้งแต่ยังแบเบาะ สมัยนั้นยังเป็นภาพขาว-ดำ กล้องยี่ห้ออะไรไม่รู้ เมื่อเราโตขึ้นชอบเปิดอัลบั้มภาพเหล่านั้นดู ทำให้ย้อนนึกไปถึงวันวานในวันเยาว์ได้ มันเป็นภาพที่ดูคลาสสิค อาจเป็นเพราะว่าเป็นภาพขาว-ดำ ก้ได้ แต่กล้องตัวเก่งของพ่อตัวนั้น หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เวลากว่า 30 ปีมาแล้ว แต่ภาพเหล่านั้นก็ยังมีอยู่หลายอัลบั้ม นึกอยากย้อนอดีตครั้งใด ก็มักจะเปิดภาพดูทุกครั้ง ในภาพสมัยนั้นแม่ยังใส่กางเกงขาบาน พ่อขับฮอนด้า 60 สุดยอดเท่ห์เลยนะในยุคนั้น เมื่อโตมาอีกหน่อยก็จะมีภาพสีให้เห็นบ้าง แต่ก็ไม่รู้แหละว่ามันมาเมื่อใดจำอะไรไม่ได้สักอย่าง...
จวบจนเข้าสู่วัยหนุ่ม เริ่มมีเพื่อน เริ่มเที่ยว ทีนี้ก็มีภาพถ่ายสีสวยๆไว้ดูเผื่อคราใดที่คิดถึงเพื่อนเก่าก็มักจะเอามาดูอยู่เป็นประจำ ในวัยนั้นเองกล้องที่ได้จับก็คือกล้องของพ่อ จำได้ว่าสีดำ เวลาฟิล์มหมดก็หมุนมือกรอฟิล์มเอา โบราณมั้ยล่ะ โตขึ้นมาอีกหน่อยก็ได้กล้องฟรีๆมาตัวนึง น่าจะเป็นแคนนอน ถ่ายรูปออกมาแล้วสีเหลืองๆหน่อย ใช้ฟิล์มฟูจิกับโกดักสมัยนั้น เพราะจำได้ว่ารูปตอนรับปริญญาภาพมันออกเหลืองๆ ส้มๆ แปลกดี แต่ก็ใช้ได้ละนะสำหรับยุคนั้น ใครที่มีกล้องฟิล์มนี่ก็หรูแล้ว
ข้ามมาถึงยุคใหม่เริ่มมีกล้องดิจิตอลตัวแรก กับเจ้า canon power shot A400 ซื้อมาตั้ง 6000 บาท พร้อมเมมโมรี่ 512 mb คงพอละมั้งสำหรับเรา ตอนที่ได้เจ้าตัวนี้มาไม่รู้หรอกว่าการเลือกซื้อกล้องเค้าดูอะไรยังไงกันบ้าง รู้แต่ว่าอยากได้กล้องสักตัว เอาไว้ถ่ายรูป+เท่ห์ เวลาไปไหนมาไหนก็จะได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกก็คงเพียงพอ ภาพที่ได้มาก็ใช้ได้ในระดับหนึ่ง มัวบ้าง เบลอบ้าง สาระพัดรูปแบบ ก็ไม่ได้ถึงกับซีเรียสอะไร เพราะยังไงก็มีกล้องดิจิตอลอย่างชาวบ้านเขาแล้ว
เอ..ทำไมหน้าจอ Lcd มองภาพของเรามันเล็กจัง จะถ่ายรูปหมู่ทำไมถึงได้จำนวนคนไม่ครบ ทำไมกล้อองของคนอื่นตัวเล็ก ดูดีจัง ของเราอันใหญ่หนาเต๊อะเลยดูดิ จึงเกิดข้อเปรียบเทียบให้เห็นถึงข้อด้อยของเจ้า canon A400 ของเราซะแล้ว เอาล่ะ..ไว้ค่อยดูตัวใหม่แล้วก็เก็บตังค์ไปพร้อมกันเลยดีกว่า ยังไงก็มีกล้องมาใหม่เรื่อยๆ (ปลอบใจตัวเอง)
เย้ๆได้กล้องตัวใหม่แล้ว แอบเล็งมาตั้งนานราคาก็ุถูกด้วย เจ้า samsung อะไรไม่รู้กับราคาเพียง 4000 บาทถ้วน 8 ล้านพิกเซล (หลอกๆมั้ง) เมม 1 กิ๊ก Lcd 2.5 นิ้ว ได้หน้าจอใหญ่สมใจแล้วสิเรา อิอิ ถูกใจมากสำหรับเจ้าตัวนี้ แต่พอนานเข้าเจ้าตัวนี้กลับไม่ทำให้ประทับใจเท่าที่ควร กับคุณภาพของภาพ สู้กับเจ้า A400 ยังไม่ได้เลย ว๊า..เราคิดผิดซะละที่ซื้อเจ้าตัวนี้มาเพราะเห็นแก่ราคาถูก แต่ประสิทธิภาพของกล้องไม่ดีเท่าที่ควร หรือว่าฝีมือเรามันได้แค่นั้นจริงๆก็ไม่รู้ หุหุ ผิดหวังอีกครั้งกับกล้องดิจิตอลตัวที่ 2
เดี๋ยววันหน้ามีเงินค่อยซื้อใหม่ดีกว่าเอาที่ดีๆไปเลย ของถูกๆไม่เอาละ (เพิ่งจะคิดได้เหรอ) ศึกษาให้ดีๆก่อนละกันนะ ...
จวบจนเข้าสู่วัยหนุ่ม เริ่มมีเพื่อน เริ่มเที่ยว ทีนี้ก็มีภาพถ่ายสีสวยๆไว้ดูเผื่อคราใดที่คิดถึงเพื่อนเก่าก็มักจะเอามาดูอยู่เป็นประจำ ในวัยนั้นเองกล้องที่ได้จับก็คือกล้องของพ่อ จำได้ว่าสีดำ เวลาฟิล์มหมดก็หมุนมือกรอฟิล์มเอา โบราณมั้ยล่ะ โตขึ้นมาอีกหน่อยก็ได้กล้องฟรีๆมาตัวนึง น่าจะเป็นแคนนอน ถ่ายรูปออกมาแล้วสีเหลืองๆหน่อย ใช้ฟิล์มฟูจิกับโกดักสมัยนั้น เพราะจำได้ว่ารูปตอนรับปริญญาภาพมันออกเหลืองๆ ส้มๆ แปลกดี แต่ก็ใช้ได้ละนะสำหรับยุคนั้น ใครที่มีกล้องฟิล์มนี่ก็หรูแล้ว
ข้ามมาถึงยุคใหม่เริ่มมีกล้องดิจิตอลตัวแรก กับเจ้า canon power shot A400 ซื้อมาตั้ง 6000 บาท พร้อมเมมโมรี่ 512 mb คงพอละมั้งสำหรับเรา ตอนที่ได้เจ้าตัวนี้มาไม่รู้หรอกว่าการเลือกซื้อกล้องเค้าดูอะไรยังไงกันบ้าง รู้แต่ว่าอยากได้กล้องสักตัว เอาไว้ถ่ายรูป+เท่ห์ เวลาไปไหนมาไหนก็จะได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกก็คงเพียงพอ ภาพที่ได้มาก็ใช้ได้ในระดับหนึ่ง มัวบ้าง เบลอบ้าง สาระพัดรูปแบบ ก็ไม่ได้ถึงกับซีเรียสอะไร เพราะยังไงก็มีกล้องดิจิตอลอย่างชาวบ้านเขาแล้ว
เอ..ทำไมหน้าจอ Lcd มองภาพของเรามันเล็กจัง จะถ่ายรูปหมู่ทำไมถึงได้จำนวนคนไม่ครบ ทำไมกล้อองของคนอื่นตัวเล็ก ดูดีจัง ของเราอันใหญ่หนาเต๊อะเลยดูดิ จึงเกิดข้อเปรียบเทียบให้เห็นถึงข้อด้อยของเจ้า canon A400 ของเราซะแล้ว เอาล่ะ..ไว้ค่อยดูตัวใหม่แล้วก็เก็บตังค์ไปพร้อมกันเลยดีกว่า ยังไงก็มีกล้องมาใหม่เรื่อยๆ (ปลอบใจตัวเอง)
เย้ๆได้กล้องตัวใหม่แล้ว แอบเล็งมาตั้งนานราคาก็ุถูกด้วย เจ้า samsung อะไรไม่รู้กับราคาเพียง 4000 บาทถ้วน 8 ล้านพิกเซล (หลอกๆมั้ง) เมม 1 กิ๊ก Lcd 2.5 นิ้ว ได้หน้าจอใหญ่สมใจแล้วสิเรา อิอิ ถูกใจมากสำหรับเจ้าตัวนี้ แต่พอนานเข้าเจ้าตัวนี้กลับไม่ทำให้ประทับใจเท่าที่ควร กับคุณภาพของภาพ สู้กับเจ้า A400 ยังไม่ได้เลย ว๊า..เราคิดผิดซะละที่ซื้อเจ้าตัวนี้มาเพราะเห็นแก่ราคาถูก แต่ประสิทธิภาพของกล้องไม่ดีเท่าที่ควร หรือว่าฝีมือเรามันได้แค่นั้นจริงๆก็ไม่รู้ หุหุ ผิดหวังอีกครั้งกับกล้องดิจิตอลตัวที่ 2
เดี๋ยววันหน้ามีเงินค่อยซื้อใหม่ดีกว่าเอาที่ดีๆไปเลย ของถูกๆไม่เอาละ (เพิ่งจะคิดได้เหรอ) ศึกษาให้ดีๆก่อนละกันนะ ...
Subscribe to:
Posts (Atom)





